An Unbiased Review Winter Anime 2012

posted on 17 Jan 2012 11:17 by tomare in Article
สวัสดีปี 2012 ยามสายและอนิเมฤดูกาลใหม่ รอกันอยู่หรือเปล่า? เตรียมน้ำร้อนกันไว้หรือยัง? กลับมาอีกแล้วกับ An Unbiased Review ประจำ Winter Anime 2012!! ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวถึงอนิเมในซีซั่นที่แล้วกันเสียก่อน ยาวหน่อยนะ

ซีซั่นที่ผ่านมาผมได้ดู คนเพื่อนน้อย, เบนโตะ, gdgd, Idolmaster Working!! และเพนกวินดรัม จบ ส่วน Fate Zero, Chihayafuru, Horizon ,P4 และ Guilty Crown นั้นเป็นอนิเมที่ยังไม่จบแต่ว่าติดตามอยู่ จะขอเขียนถึงส่วนนี้ก่อนละกัน เริ่มจาก Fate Zero ที่ถึงจะยังไม่จบแต่ก็ไม่ได้ฉายต่อทันที พักไป 1 ซีซั่น Fate Zero เป็นอนิเมที่เริ่มต้นแบบแปลกๆแต่สุดท้ายก็สนุกมาก ทั้งด้านภาพก็ทำได้ดี บทพูดก็เชือดเฉือนกันอย่างเมามันส์ แต่ม้ามืดที่สุดในซีซั่นก็คือ Horizon ที่เริ่มต้นจากศูนย์ไม่ได้มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษ(นอกจากหน้าอกใหญ่มากๆ) แต่กลับทำให้รู้สึกสนุกน่าติดตามอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่ดูไม่รู้เรื่องเลย.... อนิเมมหากาพย์สงครามขนาดยาวที่ตั้งอยู่บนบรรทัดฐานว่าตัวละครทุกคนสติไม่ดี จากยอดขายที่สูงมากทำให้ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าจะต้องมีภาคต่อ แต่หากซันไรส์คิดจะทำภาคต่อให้ครบทั้งเรื่อง น่ากลัวว่า Horizon จะยาวถึง 200 ตอนได้สบายๆ ส่วน Chihayafuru นั้นสนุกมากจริงๆ ขณะที่ P4 กลับไม่ดีเท่าที่ควร บางตอนเข้าขั้นแย่แต่บางตอนก็ดีมาก ไม่ค่อยจะคงเส้นคงวานัก ถึงกระนั้นเลยด้วยฐานแฟนจากเกมที่เหนียวแน่นและมีกำลังซื้อก็เลยทำยอดขายสูงสุดในซีซั่น เรื่องสุดท้าย Guilty Crown… กิลตี้คราวน์เอ๋ย...กิลตี้คราวน์....เจ้าช่างทำร้ายจิตใจข้ายิ่งนัก วันนี้ข้าขอสารภาพความในใจทั้งหมด

ผมเขียนรีวิวอนิเมแบบหยาบๆครั้งแรกปี 2007 จนมามีดราม่าตอนปี 2008 จากนั้นก็เริ่มเขียนอย่างเป็นชิ้นเป็นอันทุกซีซั่นเรื่อยมา เขียนดีมั่งห่วยมั่งคละเคล้ากันไป ทุกครั้งที่ผมย้อนกลับไปอ่านผมก็ได้เห็นสิ่งที่ตัวเองเขียนไปนั้นก็เป็นไปตามที่คิดบ้างไม่เป็นไปตามที่คิดบ้างตามประสา แต่เรื่องที่ผมชอบก็ยังเป็นเรื่องที่ผมชอบเสมอ ทว่า...Guilty Crown นั้นทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ผมรู้สึก อับ อาย มาก เวลากลับไปอ่านรีวิว Guilty Crown ของตัวเอง นี่กรูเขียนลงไปได้ไง! ประโยคอย่าง​ "◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦" (ไม่อยากแม้แต่จะกลับไปก๊อปมาให้อ่าน) อ่านแล้วอยากจะตายหนีความขายหน้านี้ไปให้รู้แล้วรู้รอด นี่กรูอวยอนิเมเถือกนี้สุดลิ่มได้เยี่ยงไร! นี่ต้องเป็นตราบาปที่สร้างแผลใจให้กับผมไปอีกนาน เป็นความผิดพลาดชั่วชีวิตที่ยากจะลบล้าง กิลตี้คราวน์นั้นสามารถทำให้การคาดหวังของผมดับสูญเสียเปล่าอย่างสิ้นเชิง มันเป็นอนิเมที่ไม่สนุกเลย พล๊อทเรื่องไม่มีเหตุผล ตัวละครกลวงโบ๋ การพัฒนาของตัวละครที่ไร้มิติและการกระทำมากมายที่ไม่มีเหตุผลรองรับ สิ่งเดียวที่ดีคืองานอนิเมชั่นและเพลง(เอ๊ะ...สองอย่างนี่หว่า แต่ช่างมันเถอะ)กิลตี้คราวน์นั้นสนุกที่สุดคือตอนแรก รองลงมาคือตอนที่สอง จากนั้นความสนุกมันก็รูดลงเรื่อยๆเหมือนกราฟเอกซ์โพเนนเชียล มีคำพูดนึงจากผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ใช้นามสมมติว่า [เจ้าหญิงS] วันนึง [เจ้าหญิงS] ตรัสไว้ว่า "Guilty Crown ก็เหมือนกับหุ้น IPO ที่ซื้อมาเพราะว่ามีคนเชียร์ พอเปิดตัวจริงๆราคาเสือกลงฮวบๆ ก็ได้แต่ถือไว้แล้วหวังว่าสักวันมันจะขึ้น" พอผมได้ยินแล้วแทบจะมุดแผ่นดินหนี อยากจะลบรีวิวกิลตี้คราวน์ทิ้งแล้วทำเป็นว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้เพราะว่าลงไว้หลายที่เกิน.... ผมขอกราบขอขมาแฟนๆบล๊อกทั้งห้าแสนสามหมื่นล้านคนที่อ่านรีวิวซีซั่นก่อนแล้วหันมาติดตามกิลตี้คราวน์แต่ปรากฏว่าผิดหวังไม่สนุก ก่าก เหลาเหย่ เห่ย บัดซบ งี่เง่า หน้าอกแบน อิโนริไทเกอร์คิก NTR อินเซส วีลแชร์จังไม่เอเลแกนท์ สึกุมิสกรีนไทม์ต่ำกว่าแมว ก็ขอให้ทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนะครับ

สำหรับเรื่องที่จบลงในซีซั่นที่ผ่านมาก็คือ คนเพื่อนน้อย ที่เหมือนจะเป็นอนิเมโอตาคุไร้สาระแต่ก็มีทิศทางและสนุกสนานกว่าที่คิด ใครสักคนเคยถามว่าผมอยู่พรรคอะไร ถ้าเทียบแค่ทั้งสองคนนางเอก เนื้อ>โยโซระ ครับ เนื้อเป็นตัวละครที่เห็นแล้วอยากจะรังแกและทะนุถนอมไปพร้อมๆกัน ส่วนโยโซระนั้นเป็นตัวละครที่ไม่ควรแม้แต่จะเกิดมาบนโลกนี้ให้เปลืองอ๊อกซิเจนครับ แต่ถ้าเอาทั้งเรื่องผมชอบริกะที่สุด หื่นดี :P เรื่องที่สองคือเบนโตะ สนุกแบบพวกเอ็งอย่ามาทำหน้าซีเรียสกับเรื่องปัญญานิ่มสิวะ! สำหรับ Working!! ภาคนี้ไม่มีการพัฒนาของตัวละครให้ติดตามแบบภาคแรกก็เลยดูจืดๆไปบ้าง แต่ก็ยังดูได้สนุกดี ไอดอลมาสเตอร์นั้นจริงๆแล้วผมดูข้ามๆนะ ไอดอลมาสเตอร์นี่ถ้าตอนไหนมันมีเอกภาพจะค่อนข้างสนุก ถ้ามันยำหลายๆตัวรวมกันจะเละเทะไปหมด ผมชอบตอนของริสึโกะที่สุด แต่ชอบทาคาเนะกับมิกิเป็นการส่วนตัว ส่วนเพนกวินดรัมที่ตกค้างมาจากซีซั่นก่อนนั้น... มันเป็นอะไรที่ยากจะอธิบาย เพนกวินดรัมเป็นอนิเมที่จะบอกว่าสนุกก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่สามารถบอกได้ว่าเป็นอนิเมที่ยากจะเลียนแบบเรื่องนึงเลยทีเดียว ก่อนตายหากได้ดูสักครั้งก็เป็นเรื่องไม่เสียหายอะไร สุดท้ายคือ gdgd แฟรี่ส์ ที่ตลอดเวลาที่ดูก็เกิดคำถามว่าไอ้อย่างนี้น่ะเรียกว่าอนิเมหรือเปล่าวะ? แต่กลับฮาขี้แตกขี้แตนได้อย่างไม่น่าเชื่อ สนุกกว่านิจิโจสักแปดแสนเท่า (เอ๊ะเดี๋ยวก่อน ค่าความสนุกนิจิโจนั้นเป็นลบ แปดแสนเท่านี่มันเท่าไหร่กันแน่?) ใครก็ตามที่ดู gdgd จนถึงตอนจบนั้นผมกล้าพูดได้เลยว่าคุณต้องเสียน้ำตาแน่นอน คำเตือน: ห้ามดูเกินวันละสองตอน เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและสมอง

ไปๆมาๆพูดถึงซีซั่นก่อนซะยาวเลยแฮะ....สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนก็เหมือนเดิมละกัน เต็มร้อยคะแนน คุณภาพไม่เกี่ยวกับพล๊อท ดูไม่จบก็ F …ทำไมคำอธิบายมันสั้นลงเยอะเลยเนี่ย เรียงจากห่วยไปดีนะครับคราวนี้

• คิลมีเบบี๋

เรื่องนี้ถ้าจำไม่ผิดผมเห็นเป็นมังงะของรักพิมพ์ อ่านชื่อเรื่องก็เดาได้แล้วว่ามันต้องไม่สนุกแน่ๆ ไม่รู้ผีห้าซาตานอะไรดลใจให้จับมาทำอนิเม เอาก็เอาเถอะ นิจิโจก็ดูจบมาแล้ว กลัวอะไรกะอีแค่อนิเมปัญญานิ่มอีกสักเรื่อง! เปิดมาปุ๊บเจอ OP มะเร็งระยะสุดท้ายทำลายความเชื่อมั่นลงในบัดดล หลังจากอดทนดูไปได้ 2 นาทีผมก็พบว่ามันไม่สนุกเลย ไม่ขำเลย ไม่ขำยิ่งกว่านิจิโจอีก แถมไม่มีแรงขับเคลื่อนให้ต่อสู้กับมันแม้แต่น้อย มุกเพื่อนนักฆ่าวัยมัธยมก็ไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์ มุกก็ไม่ได้ตลกอะไร จะยิ้มมุมปากสักนิดยังไม่มี ถ้าถามว่าอะไรที่พอจะทำให้ดูได้สนุกบ้างก็คงจะเป็นการที่ตัวละครมาทำท่าน่ารักๆเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาเลย ปิดไปนาทีที่ 4 ไร้ความสุนทรีย์และแรงบัลดาลใจโดยสิ้นเชิง

Checkpoint: OPที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ความน่าติดตาม: พูดเรื่องอะไรน่ะ?
คุณภาพ: F
• Zero no Tsukaima F

ขี้เกียจเปิด
คะแนน: --/100
คุณภาพ: F
• ขลุ่ยกระเป๋า

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของราชินีพระเจ้านักพากย์บิทช์ผู้ฟาดนักร้องแบ็คอัพในวงตัวเองมาแล้ว3คน เธอคนนั้นจะเป็นใครได้อีกนอกจาก ฮิราโนะ อายะ คนนี้นี่เองเองเอง(เอคโค่ซ้ำ3ครั้ง) เรคคอร์เดอร์กับกระเป๋ารันด์เซลเป็นอนิเมเรื่องใหม่เพียงเรื่องเดียวในซีซั่นนี้ที่ ฮิราโนะ อายะ สุดยอดเซยูแห่งสหัสวรรษลดฐานะอันสูงส่งลงมาพากย์ เธอได้พากย์เป็นซาโยะเพื่อนของพี่สาวพระเอก เธอมีบทพูดในตอนนี้ถึงสามครั้ง! แค่นั้นก็เพียงพอแล้วให้แฟนคลับออกมาชื่นชมล้นใจน้ำตาไหลซึ้งงงงงง

เรคคอร์ดเดอร