An Unbiased Review Spring Anime 2011

posted on 19 Apr 2011 09:41 by tomare in Article


ถึงยามะคันจะจากไปแล้ว! แต่อย่ามาคันยังคงอยู่!
แต่ถึงอย่ามาคันจะคงอยู่ตรงนี้ก็ตาม ด้วยความบอบช้ำทางจิตใจจาก Fractale นั้น
ยามะคันจะไม่มีวันอยู่ในใจของอย่ามาคันแน่นอน!

(อยากเล่นมุกนี้มานานแล้ว....)

ก็พบกันอีกแล้วสำหรับ An Unbiased Review ประจำ Spring Anime 2011 ซึ่งในซีซั่นนี้อาจจะช้ากว่าทุกทีก็เพระว่าอนิเมมันฉายเหลื่อมกันค่อนข้างมาก บางเรื่องฉายไปสองตอนแล้วอีกเรื่องยังไม่ได้ฉายซักกะตอน ผมก็พยายามรอให้มากที่สุดแล้วจึงค่อยเขียน บอกไว้เลยแล้วกันว่าผมไม่เขียนเรื่องที่เป็นภาคต่อ (เช่นมาเรียโฮลิก อไลพ์, กินทามะ, เซียนดมรัก) แล้วก็ไม่เขียนถึงจัมพ์อนิเม (โทริโกะ) ส่วนเรื่องที่ฉายช้ามากอย่างเดดแมนวันเดอร์แลนด์ หรือ ยาโอย..เอ้ยอาโอยโนะเอ็กซ์โซซิสต์ นั้นถ้ามีเวลาว่างอาจจะเติมเข้าไปทีหลัง

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนนั้นจะปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยคะแนนที่เป็นเปอร์เซนต์นั้นจะวัดจากความน่าติดตามและความสนุกของอนิเมเรื่องนั้น ซึ่งอาจจะรวมไปถึงภาพรวมของอนิเมเรื่องนั้นด้วย ส่วนคะแนนที่เป็นเกรดตัวอักษรภาษาอังกฤษนั้นจะเปลี่ยนเป็นความมีคุณภาพของอนิเมทางด้านภาพ เสียง เอ็ฟเฟ็คส์ อนิเมชั่น นักพากย์ ซึ่งไม่รวมกับบท ความสมจริง เนื้อเรื่อง หรือ ความสนุก มุกตลก ก็ช่วยทำให้คะแนนทั้งสองส่วนแยกจากกันชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ด้วยกรณีพิเศษ เรื่องใดก็ตามที่ผมทนดูไม่จบ ไม่ว่าคุณภาพงานก่อนหน้าจะเป็นเยี่ยงไร จะได้รับ F และ 0% ไปทันที

ไหนๆก็ไหน ผมก็ขอพูดถึงซีซั่นที่แล้วสักหน่อย ซึ่งคิดว่าก็จะต้องมีคนถามอยู่แล้วก็ตอบเอาไว้เลย ซีซั่นก่อนเรื่องที่ผมดูจนจบก็มี โฮโรมุสุโกะ, ซอมบี้, Fractale สามเรื่องเท่านั้น แล้วก็มี Star Driver ที่ตกค้างมาจากซีซั่นก่อนโน้น ส่วนมาโดกะนั้นยังฉายไม่จบจึงไม่นับไปด้วย ทั้งสามเรื่องนี้ผมชอบโฮโรมุสุโกะที่สุด แน่นอนว่าหลายๆคนคงขยาดเรื่องนี้เพราะมันมีเนื้อหาที่ป่วย มีตัวละครมีปัญหาทางจิตมากมาย แต่อนิเมเรื่องมีบรรยากาศที่งดงาม มีปมปัญหาหลายอย่างให้ขบคิด ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทำออกมาได้อย่างละเมียดละไม (ซึ่งเป็นจุดเด่นของผู้เขียนอยู่แล้ว) จุดด้อยก็คงเป็นความเรียบง่ายเกินไปจนกลายเป็นความไม่น่าสนใจ แต่ถ้าลองตั้งใจดูจะรู้ว่าตัวละครอย่าง จิบะ ซาโอริ นั้นสุดยอดกว่าสาวๆยกฮาเรมจากอนิเมบางเรื่องที่แกล้งทำเป็นว่ามีเนื้อหาไซไฟเสียอีก(หัวเราะ)

เรื่องที่เหลืออย่าง Star Driver นั้นผมก็ชอบ มันมีสไตล์ที่ตั้งใจให้งี่เง่าเพื่อให้คนดูโฟกัสไปที่ความงี่เง่าจนสนุกขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และซอมบี้ก็เป็นอนิเมที่ผมชอบมากเลย นี่เป็นตัวอย่างการดัดแปลงต้นฉบับมังงะเป็นอนิเมให้สนุกขึ้นอย่างชาญฉลาด มันมีจังหวะยิงมุกตลกที่สนุก มีเซอร์วิสให้โมเอ้ตาย มีบทซึ้งให้ประทับใจ มีฉากมันส์ให้ลุ้น มีฉากกุโร่ให้แหวะ ซึ่งปกติแล้วผมจะแอนตี้หนังที่มีคำจำกัดความว่า "ครบรส" เพราะคำว่า "ครบรส" นั้นมันหมายถึงไม่มีอะไรดีสักอย่าง แต่เรื่องซอมบี้ทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ผมลองพลิกๆต้นฉบับมังงะแล้วพบว่าธรรมดามากๆ เรื่องนี้ต้องชมการดัดแปลงเป็นอนิเมจริงๆ

สุดท้ายคือเรื่อง Fractale ที่ทำให้ผมที่เพิ่งดูตอนจบถึงกับต้องสบถว่า WHAT THE FRACTALE! ออกมาแรงๆ และโอดครวญขอเวลาที่เสียไปคืนมา ช่วงต้นเรื่องนั้นผมชอบ Fractale พอสมควร มันเป็นอนิเมมีพล๊อท มีบรรยากาศ มีแฟนตาซีเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดูเรื่องนาเดียตอนเด็กๆ... แต่พอหลังจากตอนที่ 10 ไป มันกลายเป็นอะไรไม่รู้..... มันเอาตัวละครทั้งหมดยัดเข้าไปในกล่องวิเศษ แล้วก็เปิดประตูไปไหนก็ได้ให้ตัวละครเจอกันแล้วก็ทำ Event ให้ตายๆไปทีละคน ปมทุกอย่างถูกเฉลยทะลักออกมาราวกับสำรอก เหมือนทำอนิเมยาว 52 ตอน แล้วเอาตอนที่ 11~52 มารวมกันเป็นตอนเดียว มันไม่เหลืออะไรให้จดจำ ตัวละครทั้งหมดโดนพัดพาไปราวกับสึนามิโหมกระหน่ำ เหลือเพียงเศษซากและจุดจบของ...ยามะคัน

...บ่นยาวไปหน่อยมั้งเนี่ย เอาเป็นว่าถ้าขี้เกียจก็ข้ามๆไปอ่านรีวิวเลยละกัน งวดนี้เรียงจากคะแนนน้อยนะ
อ้อ อันไหนกราฟมันสั้นๆ แสดงว่าเรื่องนั้นมันเป็นอนิเมสั้น 15 นาทีนะครับ

Dog Days

อนิเมแนวแฟนตาซีที่โปรโมทเหมือนจะสนุก แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วไม่ได้เรื่องอย่างหาทีเปรียบไม่ได้ เนื้อหานั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 10 ขวบจะเอนจอยครื้นเครงได้อย่างสุขสันต์ โลกทัศน์ในเกมคล้ายคลึงกับโลกของ Tales of แต่ดันมีโจโคโบะ พระเอกเป็นผู้กล้า พอข้ามโลกมาก็แข่งกีฬาสี(โหดมันฮา?)กู้โลกกัน ถึงขนาดมีป้ายุ้ยพากย์นางเอก ป้าเจ็ดร้องเพลงเปิด ก็ช่วยอะไรอนิเมเรื่องนี้ไม่ได้ หากคิดจะดูอนิเมเรื่องนี้ให้สนุก คุณต้องละทิ้งเหตุและผลไปก่อน และทำตัวให้เหมือนเด็กอายุ 10 ขวบที่โลกนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด หรือไม่ก็...ถ้าพวกคุณแค่เห็นหูหมาหูแมวเยอะๆแล้วเกิดความดื่มด่ำในหัวใจจนสามารุละเลยเหตุผลจากตรรกะสามัญสำนึกได้ อนิเมเรื่องก็อาจจะสนุกขึ้นมาบ้าง....สักนิดนึงละมั้ง

Check Point: สำหรับเด็ก, หูหมา, แฟนตาซีอะไรวะ
คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0%


พวกกรูไม่มีปีก

มีคนเตือนผมว่าเรื่องนี้เป็นอนิเมจาก Navel อย่าไปเสียเวลาดูมันเลย อนิเมอย่างซอมบี้มันไม่ได้มีกันบ่อยๆหรอก ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร พอได้เปิดดูสักพักผมก็เริ่มสับสน!? ผมควรจะชมหรือด่าดีกับการที่อนิเมเรื่องนี้สามารถแนะนำตัวละครหญิงครบทุกธรรมเนียมนิยมตั้งแต่ น้องสาว เพื่อนสมัยเด็ก ยั่ว ดอกส์ ซึนเดเระเข้าฮาเร็มของพระเอกพร้อมเซอร์วิสได้ในเวลาไม่ถึง 3 นาที ไม่ต้องแม้แต่แนะนำชื่อเลยด้วยซ้ำ แถมด้วยครึ่งหลังของเรื่องที่เป็นบทสนทนาไร้สาระของใครก็ไม่รู้กับใครก็ไม่รู้ที่ราวกับจะเผาไหม้เซลสมองของผมให้ลุกเป็นไฟ สุดท้ายผมก็หมดความอดกลั้นลากไทม์ไลน์ไปดูเพลงปิดที่ไม่ได้เรื่องพอๆกัน แล้วก็ดีลีทมันทิ้งไปจากสมองในที่สุด

Check Point: ฮาเรมที่แนะนำได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์, ดูจบได้เป็นยอดคน
คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0%

โฮชิโซระ

Typical อนิเมจากเกมลามกจีบสาว พระเอกกลับมาเจอเพื่อนสมัยเด็กหกล้มหน้าทิ่มจูบกัน ผมไม่คิดว่าจนป่านนี้ปี 2011 แล้ว ถึงเทอร์มิเนเตอร์จะยังไม่มีจริง แต่ก็ไม่คิดว่าจะยังมีคนสิ้นคิดใช้มุกโบราณคร่ำครึแบบนี้อยู่อีก ทันทีที่จบซีนเห่ยๆอันนี้ผมก็ปิดมันอย่างไม่ยี่หระต่อเรื่องราวฮาเรมลุ้นเลือกนางเอกในอนาคตแม้แต่น้อย

Check Point: หกล้มหน้าทิ่มจูบกันยังมีอยู่จริง
คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0%

Aเชนเน่หรุ

เรื่องนี้นั้นเคยมีข่าวลือว่าเกียวอนิจะเป็นคนทำ แต่ไปๆมาๆก็กลายเป็นสตูอะไรไม่รู้ที่เป็นเศษซากของกอนโซแทน ดีไซน์ตัวละครน่ารักดี เรื่องเต็มไปด้วยมิตรภาพที่เกินจำเป็นของหญิงสาว ยูริกันโจ๋งครึ่มแต่หาความสนุกไม่เจอเลย ดูทื่อๆ เงียบๆ ยัดเยียดๆ ด้วยความเห็นของผม สำหรับ A Channel นี้ ถ้าหากเกียวอนิทำแล้วยัดเยียดโมเอ้แฟคเตอร์(ไม่ใช่ชื่อคน)ลงไปในตัวละครเยอะๆ ผมว่าก็เพียงพอที่จะเติมเต็มจิตใจที่แห้งเหี่ยวของเหล่าโอตาคุในซีซั่นนี้แล้ว และด้วยการอาศัยเคองเป็นพี่เลี้ยงก็อาจจะฉุดยอดขายไปได้ถึงสองหมื่นห้าพันชุดอย่างสบาย... แต่บังเอิญมันไม่ได้เกิดขึ้นจริงเท่านั้น

Check Point: มิตรภาพที่เกินความจำเป็น, จืด, จะเขินอะไรนักหนา
คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0%

ล๊อตเต้

สำหรับอนิเมเรื่องนี้นั้น เราจะได้พบกับคุกกี้ในบทบาทที่แสนจะคุ้นเคย นั่นก็คือโลลิเตี้ยซึนแบน แต่อนิเมเรื่องก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่มีเนื้อหาสาระและการนำเสนอที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่ข้อดีของเรื่องเลย ผมก็ยังบอกไม่ได้เลยว่ามันไม่ดีอย่างไร มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่หลงเหลืออะไรเลย

Check Point: เบื่อคุกกี้
คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0%

อาเรียกระสุนแดงเดือด

งานเด่นของ J.C. ประจำซีซั่นนี้ที่มีผู้ให้เสียงนางเอกเป็น คุกิมิยะ ริเอะ อีกแล้ว เปิดตัวตอนแรกนั้นทำได้แย่อย่างร้ายกาจ เฮงซวยทั้งเรื่องและภาพ เห็นได้ชัดเลยว่าทีมของ J.C. ที่ย้ายไปนั้นส่งให้งานดรอปลงมากมายขนาดไหน ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้ผมอดเป็นห่วงอลิส(คามิซามะโนเมโมโช) งานของ J.C. ซีซั่นหน้านั้นจะทำร้ายจิตใจผมเพียงใด สำหรับตัวเรื่องนั้น ผมไม่เคยอ่านฉบับนิยาย ไม่รู้ว่าแฟนบอยไลท์โนเวลเรื่องนี้จะออกมาแก้ต่างแทนหรือไม่ แต่เห็นได้ชัดว่าอาเรียเป็นไลท์โนเวลธรรมดาๆ ที่จับเอาจุดที่โอตาคุเห็นแล้วร้องบุหี้เหมือนหมูมายำรวมกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงพล๊อตหรือความสมจริงเลย มันเต็มไปด้วยความเพ้อเจ้อ ช่องโหว่ และยัดๆที่โอตะอยากเห็นลงไป

Check Point: ขาลงของ J.C., กระโปรงต้านแรงโน้มถ่วง, เบื่อคุกกี้
คุณภาพงาน: D-
ความน่าติดตาม: 2%

30 ยังซิง

อนิเมสั้นเกี่ยวกับผู้ชายวัยสามสิบที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางเพศของจริง เกริ่นเรื่องมาเหมือนจะแตกต่างจะอนิเมเสื่อมทั่วไป แต่สุดท้ายมุกตลกที่ใช้กลับไม่ได้แตกต่างอะไรเลย ไม่ขำ ไม่ฮา ไม่ลึก แต่อาจจะเสียดแทงใจโอตาคุวัยสามสิบอัพบางคนก็เป็นได้

Check Point: ไม่เสื่อมอย่างที่พยายาม, โดนใจใครหรือเปล่า
คุณภาพงาน: D
ความน่าติดตาม: 12%


เซนโกกุโอโตเมะ

มันมาอีกแล้ว แนวตัวละครในประวัติศาสตร์แปลงเพศโมเอ้ไร้ผู้ชาย งวดนี้ก็เป็นตัวละครยอดนิยมอย่างโนบุนากะ ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจทั้งนั้น ดูจบตอนได้แบบหัวสมองปลอดโปร่ง และจากนี้ไปก็คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว

Check Point: ไม่มี
คุณภาพงาน: C
ความน่าติดตาม: 19%

นิจิโจ

เดิมทีนั้นผมตั้งความหวังเอาไว้มากเลยนะสำหรับเรื่องนี้(หัวเราะ) กะว่าแรงแน่งวดนี้เกียวอนิเอ๋ย แต่หลังจากที่ดูจบผมก็รู้สึกเศร้าสร้อยเห็นใจแฟนบอยเกียวอนิทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ อยากจะตบไหล่พวกเขาเบาๆ ชี้ไปยังอาทิตย์อัสดงแล้วบอกว่าพวกเขาว่าพรุ่งนี้ยังมีหวังอยู่นะ....

นิจิโจวเป็นการ์ตูนตลกตบมุกที่ไม่ตลกเลยสักนิดเดียว ไม่มีความโมเอ้เลยสักนิดเดียว และมีตัวละครหน้าตาเหมือนเบ็กกี้อยู่ แต่หากถามว่างานภาพดีใหม ผมก็ต้องตอบว่างานอนิเมชั่นนั้นอยู่ในระดับสูงมากไม่เสียแรงที่เกียวอนิทำ แต่ก็อดถามไม่ได้ว่ามาเสียแรงกับฉากไร้สาระพวกนี้ไปทำไมกัน มุกตลกในนิจิโจวนั้นสร้างความฮากริบได้ผลชะงักงัน โอเคผมให้คะแนนพิเศษสำหรับเรื่องนี้ตรงที่ว่ามุกในเรื่องนั้น "เป็นมุกตลก" จริงๆ ไม่ได้เกิดจากการ "ล้อเลียนคนอื่น" แต่ถึงจะให้คะแนนพิเศษไปแล้วยังไงมันก็ไม่ตลกอยู่ดีนั่นหล่ะ

Check Point: เบ็กกี้, จารบีหน่อยมั้ย, ไส้กรอก
คุณภาพงาน: B+
ความน่าติดตาม: 21%

โดโรรอน เอนมะคุง เมร่าเมร่า

อนิเมที่หน้าหนังเหมือนจะขายเด็ก แต่เอาเข้าจริงๆเด็กๆมาดูคงไม่ดี เป็นเรื่องเกี่ยวกับผีและยมบาล มีผีตัวโน้นตัวนี้มาก่อเรื่องแล้วก็ปราบ แต่ด้วยความที่งานต้นฉบับเป็นของนางาอิ โก มันก็เลยสอดแทรกเรื่องเกี่ยวกับเพศลงไปเยอะเลย งานดีมาก ฉากแอ็คชั่น เอ็ฟเฟ็คส์ตอนสู้อลังการเนี๊ยบเนียนดี แต่รวมๆแล้วกลับไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะโครงเรื่องที่ล้าสมัยและการเล่าเรื่องที่ธรรมดาและดูเด็กไป

Check Point: ยูกิอนนะไม่ใส่กางเกงใน
คุณภาพงาน: B
ความน่าติดตาม: 25%

สำนักพิมพ์เกย์