An Unbiased Review Winter Anime 2011

posted on 18 Jan 2011 15:31 by tomare in Article
สวัสดีครับ ก็พบกันอีกแล้วกับ An Unbiased Review ประจำฤดูหนาวปี 2011 ปีนี้เมืองไทยก็หนาวกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย! สำหรับซีซั่นนี้มีหลายเรื่องที่น่าจับตามองด้วยหลายๆเหตุผล เช่น Fratale งานที่ยามะคัน (ไม่ใช่อย่ามาคัน) ประกาศกร้าวเลยว่าถ้าเจ๊งจะเลิกกำกับอนิเม หรือ มาโฮโชโจมาโดกะ งานยามินะเบะรวมมิตรสยองของ ชินโบ(Shaft)xอุเมะเทนเทย์xอุโรบึจิ(Nitro+) ที่ดูเหมือนจะเข้าใจคำว่าสาวน้อยเวทมนต์กันผิดๆ หรือ โฮโรมุสึโกะ ที่โดดเด่นเรื่องงานภาพที่มีเอกลักษณ์ แต่ก็น่าเสียดายเหลือเกินที่ซีซั่นนี้ไม่มีงานจากเกียวอนิอีกแล้ว ก็เลยขาดสีสันจากแฟนบอยจัดตั้งของเกียวอนิที่พร้อมจะขย้ำทุกอย่างที่ขวางหน้า แหม....จืดเลย ก็เหมือนเดิมครับ บอกทุกรอบ แล้วก็มีคนไม่อ่านทุกรอบ ผมจะแบ่งคะแนนออกเป็นสองส่วนคือ “คุณภาพงานโดยรวม” ที่หมายถึงความเรียบร้อยของงาน, บท, การกำกับ. ความลื่นไหล ของตอนแรกที่ฉายไป แล้วก็รวมกันออกมาเป็นเกรดตัวอักษรภาษาอังกฤษ อีกส่วนนึงคือ “ความน่าติดตาม” หมายถึงสเน่ห์ของอนิเมและความดึงดูดชวนให้ติดตามตอนต่อๆไป รวมถึงโอกาสจะดูต่อหรือดูจนจบเรื่อง ก็จะออกมาเป็นเปอร์เซนต์ ถ้าเกิดเรื่องใดผมทนดูได้ไม่จบตอนจะได้รับสิทธิ์ F ทันที ก่อนจะไปอ่านก็คุยกันหน่อยละกัน ผมมักจะโดนถามบ่อยเหลือเกินว่าดูเรื่องไหนจบมั่ง หรือชอบเรื่องไหนมั่ง หรืออยากให้เขียนหลังจากดูจบแล้วมั่ง ซึ่งบางอันก็ตอบไปแล้วแต่ก็ไม่เคยมีคนสนใจ.... อืม ก็เลยมาคุยกันก่อนเสียหน่อย สำหรับซีซั่นก่อนนั้นผมดูเรื่อง อามางามิ, โซเรมาจิ, แพนตี้สต๊อกกิ้ง ชิกิและน้องกรูไม่น่ารัก จบครับ ชอบสุดก็คงเป็นโซเรมาจิ ที่ไม่ชอบก็เลิกดูเลิกจำไปหมดแล้ว สำหรับเรื่องน้องกรูนั้นผมว่าในแง่อนิเมมันก็สนุกดีนะ แต่ในแง่เรื่องราวก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่พอสมควร หลังจากดูจนจบผมก็ค้นพบว่าทำไมผมถึงชอบอายาเสะที่สุด นอกจากสถานะ "เพื่อนน้องสุดแจ่ม" ที่ชวนให้ระทึกแล้ว อายาเสะยังชอบพูดในสิ่งที่ผมอยากให้มีใครสักคนพูดเสมอ คำถามที่อายาเสะถามมักจะเป็นคำถามที่แทงใจโอตาคุ และแม้แต่คนในเรื่องก็ยังตอบไม่ได้ ได้แต่หยิบยกบริบทที่ไม่เกี่ยวข้องมากลบเกลื่อนไปเรื่อยๆ จุดนี้นี่เองทำให้ผมรู้สึกชอบอายาเสะเป็นพิเศษ อามางามินั้นการแยกเป็นบทๆ ทำให้เรื่องจืดกว่าที่ควรจะเป็น ความสนุกของอนิเมรักในรั้วโรงเรียนก็คือเวลาที่สาวๆปะทะ(ตบ)กันนี่หล่ะ พอไม่มีจุดนี้ก็เลยเซ็งๆ และหลายๆตอนก็ทำตอนจบได้ไม่ดีนัก (เกมมันก็บื้อๆงี้ด้วย) ผมชอบตอนของคาโอรุ ไอ แล้วก็คุณหัวหน้าห้อง แล้วก็ตอนจบ นอกนั้นเฉยๆ ส่วนเรื่องชิกินั้น ดูแบบเรื่อยๆเปื่อยๆเละเทะดี คาใจแค่ทำไมอีเด็กประถมจากนรกนั่นมันไม่มีบทจนตายไปเองเลย.... แล้วก็รู้สึกสงสารเมกุมิ​ (CV: โทมัตสึ ฮารุกะ) ที่สุด เธอแค่อยากหนีไปให้พ้นจากสังคมชนบทเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าต้องตาย(ซ้อนตาย)อย่างอนาถ(โดนรถไถขับทับหัว)โดยไม่ได้ทำอะไรผิดเลย(ละมั้งนะ...) สุดท้ายก็โซเรมาจินี่ผมชอบที่มันเพี้ยนๆ จังหวะเดินเรื่องประหลาดๆ และสนุกกับเรื่องเรื่อยเปื่อยได้หลากหลายดี โอเคบางตอนก็งานแย่จัง แต่หลายๆตอนก็สนุกมากเช่นกัน มาโฮโชโจ มาโดกะ มากิก้า
สาวน้อยเวทมนต์ยุค MLM

คานาเมะ มาโดกะสาวน้อยธรรมด้าธรรมดา มีชีวิตในโรงเรียนกับเพื่อนธรรมดาๆ แต่ว่าวันนึงโชคร้ายก็ได้คืบคลานมาหาเธอเมื่อเธอได้พบกับคุณแมว(?)คิวเบย์ที่มาเกลี้ยกล่อมหาดาวน์ไลน์ถึงในฝัน คิวเบย์พยายามพูดถึงความเปลี่ยนแปลง อนาคต และสิ่งที่อยากได้ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้มาโดกะ ทำสัญญาเป็นมาโฮโชโจดาวน์ไลน์ ซายากะ เพื่อนของมาโดกะก็ติดร่างแหโดนชักชวนให้ทำสัญญาด้วยเช่นกัน และโฮมุระซัง นักเรียนใหม่ซึ่งโดนหลอก..เอิ้ย...เกลี้ยกล่อมจนตกเป็นดาวน์ไลน์จนต้องเป็นหนี้บัตรเครดิทเพราะกักตุนสินค้า ได้ปรากฏตัวและพยายามเตือนมาโดกะว่าหากยังรักครอบครัวและเพื่อนจงอย่าได้ทำสัญญา ทางด้านคิวเบย์ได้ใช้มามิซึ่งเป็นดาวน์ไลน์มงกุฏเพชร มาช่วยเกลี้ยกล่อมพวกมาโดกะ โดยการแสดงให้เห็นว่าเมื่อทำสัญญาแล้วจะเลิศเลอเพียงใด (แปลงร่าง ยิงปืนให้ดูเยอะๆ) เมื่อพวกมาโดกะกำลังประทับใจและสับสน มามิและคิวเบย์จึงไม่พลาดโอกาสจับไปอบรมที่ห้องมิดชิดและเสนอผลประโยชน์ว่าเมื่อเป็นดาวน์ไลน์แล้วจะสามารถขอพรได้อย่างนึง ซึ่งทำให้พวกมาโดกะเริ่มลังเล แม้ว่าจะยังไม่ได้ทำสัญญา คิวเบย์ก็ยังให้ความสามารถพิเศษเทเลพาธี่ของดาวน์ไลน์มาทดลองใช้ก่อน เทเลพาธี่นั้นแสนสะดวกสบาย เวลาสอบพวกมาโดกะก็สามารถถามคำตอบจากมามิที่เป็นรุ่นพี่ได้อย่างสบาย มามิได้พาพวกมาโดกะไปลองออกสนามของจริง และโชว์ความท่าไม้ตายใหม่โดยไม่ซ้ำกับตอนก่อน ทำเอาพวกมาโดกะประทับใจเป็นอย่างมาก... พวกมาโดกะจะตกเป็นดาวน์ไลน์ของคิวเบย์หรือไม่! มามิมีรายได้ต่อปีเท่าไหร่! ชีวิตมาโฮโชโจ MLM นั้นจะเป็นอย่างไร!! โปรดติดตามตอนต่อไป!!! .....โอเค....เอาจริงๆ หน่อย มาโดกะเป็นงานของชินโบที่มีความเป็นชินโบสูงมาก ใครที่ไม่ชอบชินโบนั้นอาจจะพาลไม่ชอบเลย มาโดกะนั้นฉีกภาพจากมาโฮโชโจเดิมๆ ที่ต้องวางอยู่บนความถูกต้องและคุณธรรม แต่จะมีเรื่องของตัณหา ด้านมืดในจิตใจคน ปะปนอยู่ด้วย ธีมของเรื่องนั้นดูหม่นหมองเกินจะเรียกว่ามาโฮโชโจได้เต็มปาก คาแรกเตอร์ดีไซน์ของอุเมะนั้นก็ยังคงความ....บาน ได้เหมือนเดิม แต่โอเค..หันข้างแล้วก็น่ารักดี อย่างน้อยตัวก็สูงอกใหญ่น่า อย่างที่บอกไว้แล้วว่าเรื่องนี้เป็นงานรวมมิตรคนบ้า งานก็เลยบ้าสมใจ... Theme Song เพลง Magia ก็ยังร้องโดย Kalafina เพลงอย่างกะจับไปบูชายัญ.... พวกเอ็งเข้าใจคำว่าสาวน้อยเวทมนต์กันยังไงฟระเนี่ย... จุดที่ทำให้อยากตะโกนว่าเชี่ยอะไรวะที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นมิติพิศวงและศัตรูในเรื่อง ที่พอปรากฏตัวก็จะเปลี่ยนเป็นอีกสไตล์ไปเลย(คนทำชื่ออินุคาเระ*) ซึ่งทำเอาสงสัยว่านี่เปิดอนิเมผิดเรื่องหรือเปล่า... และถ้าผมจำไม่ผิดความรุนแรงในมาโฮโชโจนั้นมีจุดเริ่มต้นจาก Nanoha และนาโนฮะก็เป็นงานของชินโบ.... ชายผู้เป็นรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายคนนี้กำลังจะเปลี่ยนความหมายของคำว่ามาโฮโชโจ(สาวน้อยเวทมนต์)อีกครั้ง โอเค เอาเป็นว่าถ้าคุณรับไม่ได้กับสไตล์บ้าๆของชาฟท์และวิธีนำเสนอแบบชินโบ ก็กลับไปดูเคองเหอะ คุณภาพงาน: B+ ความน่าติดตาม: 100% Check Point: มาโฮ..โช...โจ? หลอนไปหรือเปล่า, ชินโบ๊ชินโบ

โฮโรมุสึโกะ
ครอสเดรส

โฮโรมุสึโกะหรือ Wandering Son เป็นอนิเมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ "ครอสเดรส" หรือการใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้าม ก่อนที่อนิเมจะฉายนั้นสิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดก็คือสไตล์ของภาพที่พยายามทำให้เป็นเหมือนภาพสีน้ำแนวเดียวกับที่ Shimura Takako ผู้วาดเรื่องนี้วาด ซึ่งทำออกมาได้น่าทึ่งเป็นอย่างมาก เมื่อได้พบกับตัวงานจริงๆก็ไม่ทำให้ผิดหวังเรื่องภาพเลย ทำออกมาได้สวยปริ๊ง และไม่ใช่แค่สไตล์ภาพเท่านั้น ตัวอนิเมชั่นเองก็ขยับได้ลื่นไหลและมีจังหวะที่สวยงาม อนิเมเรื่องนี้ดูแค่ภาพก็คุ้มแล้ว โฮโรมุสึโกะนี้มีต้นฉบับเป็นมังงะมาก่อน แต่ว่าไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทย มีให้อ่านเป็นแสกน ซึ่งปกติผมไม่อ่านแสกนก็เลยไม่เคยได้อ่านมาก่อน ได้ยินว่าตัวมังงะนั้นจะเริ่มเนื้อหาตั้งแต่ตอนที่ตัวเอกเรียนประถม แต่อนิเมเริ่มมาก็จะเข้าชั้นมัธยมแล้ว ด้วยความที่ค่อนข้างรวบรัดเนื้อหาและตัวละคร ในตอนแรกนี้จึงมีตัวละครมากมายปรากฏตัวมาพร้อมๆกัน จึงทำให้สับสนนิดหน่อยว่าใครเป็นใคร กว่าผมจะตั้งตัวได้ว่าใครเป็นใคร มีจุดเด่นอะไรก็ปาเข้าไปครึ่งตอนหลังแล้ว แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอสเดรสซึ่งเป็นหนึ่งในแฟคเตอร์สมัยนิยม แต่ก็ไม่ได้ใช้เป็นจุดที่จะทำให้ตะลึงหรือตื่นเต้นเลย ไม่มีการจับตัวละครหนุ่มหน้าหวานมาแต่งหญิงทำตัวโมเอ้แล้วให้ตัวละครอื่นๆในเรื่องหื่นกามใส่ ครอสเดรสในเรื่องนี้เป็นเหมือน "สถานการณ์ต้องห้ามที่ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก" เพื่อบีบคั้นให้ตัวละครในเรื่องถ่ายทอดอารมณ์ออกมา ไม่ได้มีเรื่องจิตใจสกปรกปะปน (ยกเว้นคนดูจิตใจสกปรกไปเอง ฮ่าๆ) โอเคถึงแม้ภาพรวมมันจะดีข้อดีหลายอย่าง แต่พูดก็พูดตรงๆ อนิเมประเภทนี้เป็นอนิเมประเภทที่จะถูกพูดถึงในลักษณะ "เรื่องนี้ดีนะแต่ว่าชั้นไม่ได้ดูหรอก แกดูหรือเปล่า" อารมณ์ราวๆอนิเมดีแต่ไม่มีคนดู ไม่มีคนซื้อ ซึ่งก็ต้องอยู่เป็นไม้ประดับวงการไปเรื่อยๆ ด้วยตัวละครที่โผล่มามากมายในตอนแรก นางเอกที่ไม่น่ารัก (แต่พระเอกน่ารัก!?) สไตล์การเดินเรื่องเนิบๆ ภาพที่สวยแต่ไม่มีโมเอ้เซอร์วิส สุดท้ายก็คงถูกลืมไป คุณภาพงาน: A ความน่าติดตาม: 88% Check Point: ภาพสวยมาก, มึน ตัวละครเยอะ, งานดีที่ไม่มีคนดู

ซอมบี้เหรอก๊ะ
มาโซโชโจครอสเดรสชิมะแพน

หนุ่มน้อยคนนึงที่เป็นซอมบี้ แล้ววันนึงก็มาเจอกับสาวน้อยเวทมนต์ที่ใช้เลื่อยไฟฟ้าเป็นอาวุธ เปิดเรื่องมาหม่นๆ นึกว่าจะเป็นอนิเมแนวซีเรียส ไปมาๆ ตลกแดกนี่หว่า.... พอดูๆไปก็พบว่า เออก็สนุ