An Unbiased Review of Final Fantasy 13

posted on 19 Jan 2010 21:27 by tomare in Article

สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ารอกันอยู่หรือเปล่าสำหรับรีวิว FF13 อันนี้ ช้าไปบ้างเล็กน้อยเพราะมัวแต่ตีเต่าอยู่ ผมก็เล่นไม่ค่อยเร็วเท่าไหร่ด้วย หวังว่าจะยังไม่ทิ้งกัน แม้จะเป็นรีวิวนอกสำนักแถมยังมาเมื่อสาย ไม่ทันใจวัยรุ่น ไม่สดใหม่และเชยไปบ้าง แต่คิดว่าก็คงจะพอช่วยให้เข้าใจถึง FF13 มากขึ้นอย่างแน่นอน ขอรับรองว่าไม่มีลำเอียงเด็ดขาด....คิดว่านะ

เราจะแบ่งคะแนนออกเป็น 8 หมวดนะครับ

กราฟฟิค เกมเพลย์/ระบบ เพลง Replay Value ความประทับใจ ความคิดสร้างสรรค์ ศรัทธา RPG

จากนั้นผมก็จะไล่เป็นข้อๆที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ แล้วก็จะมีบอกว่าข้อนี้ได้คะแนนตรงไหนบวก ตรงไหนลบมั่ง เมื่อไล่จนครบสุดท้ายเราก็จะไปรวมคะแนนออกมาเป็นชาร์ทให้ดูกัน เริ่มกันเลยนะครับ

  • โมเดลสวยมาก
    คงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆสำหรับข้อนี้ FF13 ทำโมเดลสามมิติคนได้ละเอียดมาก เท็กเจอร์ โดยเฉพาะสีหน้า อารมณ์ไร้ที่ติ รวมไปถึงโมเดลบอส ฉากรอบๆ และแสงเงาต่างๆ เรียกได้ว่าเล่น FF13 แล้วเล่นเกมอะไรต่อ เกมนั้นจะกลายเป็นภาพกากไปในทันที


  • โมเดลศัตรูซ้ำๆ
    แม้ว่าโมเดลจะสวยงามดี แต่มันซ้ำกันมากเหลือเกิน อย่างเบเฮโมธที่เห็นกันตั้งแต่แผ่นเดโม่ ในเกมก็ยังได้เจอกันอีกหลายต่อหลายครั้งนับไม่ถ้วนจบเบื่อ เบเฮมอธ คิงเบเฮมอธ ไคเซอร์เบเฮมอธ เบเฮมอธดัดแปลง ฟุบาฮ่า หม่าม๊ามอธ อาก๋งมอธ หรืออย่างโมเดลทหารก็ไม่รู้จะกี่สิบยศ ตั้งแต่พลทหารชั้นประทวนยันจ่าหัวหน้ากอง ยังดีที่บางครั้งก็จับไปดัดแปลงมากกว่่าเปลี่ยนสี ใช้วิธีเปลี่ยนมือเปลี่ยนหน้า เติมออฟชั่น แต่ก็ยังจำได้อยู่ดีว่าไอ้ตัวเดิมเคยเจอมาแล้วนี่หว่า




  • เพลงพอทนไหว
    เพลงประกอบภาคนี้ไม่ได้แต่งโดย โนบุโอะ อุเอมัตสึ แต่ว่าแต่งโดย มาซาชิ ฮามาอุซึ (FFX, Sigma Harmnics) แม้ผลงานจะไม่โดดเด่นหรือคุ้นเคยเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่งานขี้ริ้ว เพลงประกอบบางฉากมีเสียงร้องคลอเล็กน้อย ระรื่นหูชวนง่วงได้เป็นอย่างดี


  • เพลงประกอบเพราะดี
    เพลงประกอบ Kimiga iru Kara, Eternal Love ที่ใช้ในฉากเลิพซีนและตอนจบเข้ากับบรรยากาศดี ภาคนี้ Square Enix ไม่ได้โปรโมทเพลงเปิดปิดมากเท่าภาคก่อนๆ เหมือนลดความสำคัญและให้เน้นที่ตัวเกมมากกว่า พอได้ฟังเพลงในเกมจริงๆก็นับว่าไม่เลวและเข้ากับบรรยากาศดี


  • Full Voice
    ตัวเกมทั้งหมดเป็น Full Voice บทสนทนาทุกครั้งมีเสียงพากย์ รวมไปถึงเสียง NPC ตัวประกอบ (ที่มีไม่มากเท่าไหร่) เวลาคุยก็มีเสียงพากย์หมด แถมปากยังตรงเด๊ะ พร้อมสีหน้าท่าทาง ถึงแม้ว่าจะมี NPC นอกเรื่องไม่เยอะ แต่ก็มีบทสนทนาพิเศษกับเพื่อนเวลาเดินอยู่ตามฉากทั่วไปด้วย ถือว่าเป็นจุดที่ต้องชมจริงๆ


  • เกมเป็นเส้นตรงมาก
    เดินลุย เปิดหีบ เดินลุย ฆ่าบอส คัทซีน เดินลุย เปิดหีบ ฆ่าบอส คัทซีน ซ้ำซากมาก เปลี่ยนตัวไม่ได้ บังคับเล่นทีละสองตัวตามเนื้อเรื่อง ซ้ำซากจำเจ กว่าจะได้พวกครบโน่น...บท 9







  • ปรากฏว่ากลายเป็น Tutorial ยาว 24 ชั่วโมง
    สรุปว่าเล่นซ้ำเล่นซากนาน 24 ชั่วโมงเพื่อเป็นการสอนระบบเกมเท่านั้น เกมของจริงมันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก! เอ่อ.... อยากเล่นเร็วๆโว้ย








  • เกมยากมาก
    พูดตรงๆว่าภาคนี้เป็นภาคที่ตัวเกมหลักยากที่สุดตั้งแต่เคยเล่นมาทีเดียว FF ภาคอื่นๆผมจะเกมโอเวอร์เฉพาะบอสบางตัวที่มีเงื่อนไขประหลาดๆ หรือบอสลับเท่่านั้น แต่ภาคนี้แล้ว ศัตรูทั่วไปก็ทำเราเกมโอเวอร์ได้อย่างง่ายดาย ประมาทนิดเดียวก็ตาย ง่วงหน่อยก็ตาย ถึงแม้จะใช้วิธีตายตัวเดียวเกมโอเวอร์ก็เหอะ โดยรวมเกมก็ยังยากกว่าภาคอื่นมากอยู่ โดยเน้นสู้เร็วชนะเร็วหรือแพ้เร็วไปเลย ไม่มีการยื้อชีวิตเตะถ่วงเวลา บอสหรือบอสลับมักจะชนะได้ในเวลาไม่นานเท่าไหร่ หากจับจุดและพร้อมที่จะเอาชนะได้จริงๆ





  • ตายแล้วเริ่มตรงนั้นเลย
    การที่ตายแล้วเริ่มเลยตรงนั้นทำให้เกมดูลื่นไหลและไม่อารมณ์เสียมากเวลาที่ตายแบบโง่ๆ แต่มันก็ทำให้ความรู้สึกร่วมในการเล่น RPG ลดลงอย่างมาก อารมณ์มันกลายเป็นเหมือนเล่นเกมแอ็คชั่น พอตายก็กดคอนทินิวมาเล่นต่อ หรือไม่ก็เดินๆไปรู้สึกเบื่อๆก็ปล่อยตายเริ่มจากจุดเซพแทน มันไม่ใช่อ่ะ....มันไม่ใช่ RPG บางทีนึกว่านั่งเล่น Devil May Cry อยู่ด้วยซ้ำ






  • ซื้อของได้ที่จุดเซพตลอด
    จุดเซพออนไลน์อันมากมายก่ายกองทั่วโคคูนและลามไปถึง Gran Pulse สามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์สากกะเบือยันเรือรบ ซื้อของได้ทุกร้าน จัดส่งทันใจ เครื่อข่ายกว้างไกล (เชื่อหรือไม่ว่า ลำพังแค่ก่อนถึง Gran Pulse ก็จะมีจุดเซพมากกว่า 100 จุดแล้ว) ซื้อที่ Gran Pulse ก็ยังจัดส่งได้ทันทีไม่มีค่าบริการเสริม (แล้วใครมันเอาจุดเซพไปวางที่ Gran Pulse วะ) ขอบคุณโลกนี้ที่ให้เราสะดวกสะบาย ขนาดป้าแว่นถ่างขายังมีจุดขายของน้อยกว่าจุดเซพใน FF13 เสียอีก






  • ระบบพัฒนาตัวละครยกของเก่ามา
    มันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่หรอกนะ สำหรับระบบ Crystalliam ที่เหมือนลอกระบบ Sphere มาจากภาค 10 เนี่ย เล่นๆไปมันก็เพลินดี แต่มันดันมีการลิมิทไว้ตามบอสต่างๆ ถ้าไม่ฆ่าบอสก็จะอัพต่อไม่ได้ ก็เลยไม่รู้จะเก็บเลเวลไปทำไม เพราะมันก็เต็มเหมือนกัน แถมอัพนอกสายหลักยังทำได้ยากยิ่งเหมือนไม่อยากให้ลอง สรุปว่าระบบจะเปิดหรือจะปิดก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่





  • ระบบการต่อสู้
    เป็นข้อดีที่เด่นมากที่สุดในภาคนี้แล้ว ระบบการต่อสู้ใช้วิธีพัฒนา ATB ไปอีกแบบ และใช้การเปลี่ยน Optima แทนการใส่คำสั่ง แรกๆอาจจะขัดๆอยู่บ้างกับการสั่งไม่ได้อย่างใจ แต่พอเล่นไปสักพักจะรู้สึกว่ามันสนุกดี เล่นได้เร็วมาก เร็วกว่าภาค 12 เสียอีก ทำคอมโบ เชนเบรคกันใหลลื่น ไม่มีสะดุด จะติดก็ตรงศัตรูที่ยืนบนฉากดูเป็นเซ็ทหวยล๊อคยังไงไม่รู้ เดินกี่รอบก็เจอศัตรูแบบเดิม เท่าเดิม น่าจะหลากหลายกว่านี้หน่อย






  • ระบบอัพเกรดอาวุธ
    เป็นระบบอัพเกรดอาวุธที่งี่เง่าที่สุดตั้งกะมี Final Fantasy มาเลย เอาอะไรก็ได้มายัดใส่โปะๆลงไปเพื่ออัพอาวุธ สรุปว่าถ้ามีเงินเยอะๆก็ซื้อของมาอัดได้หมด ไม่จำกัดชนิด อัดซ้ำๆแต่อันที่คุ้มๆ ไม่ต้องฟาร์ม ไม่ต้องหา เน้นปริมาณแทน ไอเท็มที่ได้จากศัตรูหลากหลายก็จริง แต่ไม่ได้มีความต่างอะไรกันเลยนอกจากชื่อ ราคาขายทิ้งล้วนเหมือนขยะ เวลาเล่นก็คอยเล็งแต่อันที่ขายได้แพงๆ อันไหนขายได้ถูกก็หมกๆมันไว้ ระบบอัพเกรดอาวุธภาค 8 ว่าแย่แล้วยังดีกว่าภาคนี้สักร้อยเท่า





  • โหลดเร็วมาก
    เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ไม่ได้ Install ลง HDD เลย นอกจากโหลดตอนเริ่มเกมแล้ว แทบจะไม่มีการรอเลยสักนิด จัด Flow ของข้อมูลได้ดีมาก (หรือเพราะเกมมันเป็นเส้นตรงมาก?)


  • เนื้อเรื่อง
    สำหรับเนื้อเรื่องภาคนี้ ช่วง 10-20 ชั่วโมงแรกแล้วไม่เหมือนกับเนื้อเรื่องเกม RPG เลย เปิดเรื่องด้วยตรงกลางของเหตุการณ์ มีแต่เดินหน้าฆ่ามันบู๊กันสดๆ แล้วก็ Flashback เพิ่มมิติของเรื่องทีละนิดๆ ซึ่งเนื้อเรื่องลักษณะนี้เหมือนกับเนื้อเรื่องเกมแอ็คชั่นมากกว่า (DMC, ป้าแว่นถ่างขา, God of War) ต่างจากเกม RPG ทัั่วไปที่จะมีเนื้อเรื่องออกไปทางมหากาพย์ ผจญภัยอะไรเทือกนี้ ซึ่งก็ไม่รู้จะให้เครดิท บวกหรือลบ Square Enix ข้อนี้กันแน่ ที่แน่คือเป็นปมสำคัญที่ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเป็น RPG สักเท่าไหร่






  • ฉากจบ
    ดูห้วนไปพอสมควรกับฉากจบเกมเปิดตัวเมกกะโปรเจ็ค Fabula Nova Crystallis นอกจากจะสั้นและไม่กล่าวถึงตัวประกอบแล้วยังไม่มีปมอะไรที่ชวนให้ไปติดตามภาคอื่นๆในโปรเจ็คต่อเลย ไม่มีโศกนาฏกรรมใดๆ แฮ๊ปปี้หมด สโนว์ได้กินเด็ก คุณน้องก็หายเป็นคริสตัล ฟางกับอีแอ๊บที่เสียสละรวมร่างเป็นคริสตัลไปก็ดูจะมีความสุขกว่าอยู่บนโลกปกติเสียอีก ตัวประกอบอื่นๆไม่มีการกล่าวถึงใดๆ ไอ้หวังจะเคลมเจ๊สำเร็จไหมก็ไม่รู้ ไม่มี Gimmick อะไรให้รู้สึกตื่นเต้นกระชุ่มกระชวยหัวใจเลยกะติ๊ด ยังไม่รู้เลยว่าภาค Versus และ Agito นั้นจะวางเรื่องราวอยู่ที่ไหน โคคูนก็ล่มหมดแล้ว อย่าบอกนะว่าอยู่ในป่าเขาลำเนาไพรบน Gran Pulse





  • Gran Pulse
    หลังจากผ่าน Tutorial ยาว 24 ชั่วโมงแล้ว เมื่อถึงบทที่ 11 เราจะได้พบกับโลกเบื้องล่างอันกว้างใหญ่ที่เรียกกว่า Gran Pulse หลังจากอัดอั้นอุดอู้อยู่ในตึกในโกดังนานแสนนาน พอได้เห็นแผ่นดินกว้างใหญ่ก็ทำให้รู้สึกว่าอิสระมันช่างวิเศษจริงๆ จากนั้นทุกคนก็จะลองวิ่งไปให้เบเฮมอธงับ พี่เต่ากระทีบซะให้หนำใจ Gran Pulse นี้เป็นจุดที่สนุกที่สุดแล้วของเกม FF13 แม้ว่าพอเล่นไปสักพักก็จะรู้สึกว่าน่าจะมี Map เยอะกว่านี้หน่อย แล้วก็มีเมืองสักนิด มีร้านคาสิโนตอนกลางคืนสักแห่ง เรือเหาะสักลำ ชาวบ้านสักฝูง และอื่นๆอีกมากมายสักกระบุง ก็ยังรู้สึกว่า Gran Pulse เป็นส่วนที่ดีที่สุดของเกมอยู่ดี เอ่อ...ภาค Inter ขอ Gran Pulse สัก 5 โลกได้มั้ย






  • ระบบมิชชั่น
    มาเมื่อสายก็ยังดีกว่าไม่มา ระบบมิชชั่นภาคนี้ที่มาให้ทำอะไรนอกเรื่องนอกราวแก้เซ็ง ที่กว่าจะได้แตะก็ปาเข้าไปเกือบ 30 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์สักเท่าไหร่ เพราะมิชชั่นกิ๊กก๊อกมาก รับแล้วก็เดินหา วิ่งไปตีหัวมัน เสร็จก็ได้ของ เทียบกับภาค 10 ที่ไล่ฆ่ามอนสเตอร์แลกกับสู้บอสว่าแย่แล้วยังดูสร้างสรรค์กว่าเยอะเลย